ไม้ขี้กลาก ปัญหาโลกแตก(ที่แยกกันไม่ค่อยออก)

 ปัญหาอย่างนึงของคนเลี้ยงไม้ ที่เราได้พบเจอกันบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือเก่า คือสีแปลกๆที่เกิดขึ้นที่ผิวของไม้สุดรัก ทั้งที่โคนต้น และบริเวณอื่นๆของต้น  บางทีเราเรียกขี้กลาก บางทีเรียกน้องหนิม

ถ้าเป็นมือใหม่ก็จะรู้สึกเครียดเพราะไม่รู้ว่าไม้เป็นอะไร ตอนซื้อมาก็ยังผ่องผุดอยู่เลย จากการสอบถามเพื่อนๆในวงการก็จะได้คำแนะนำมาสารพัดร้อยแปดพันเก้า  ต้นไม้มีต้นเดียวแล้วทีนี้จะทำตามใครดีล่ะ คนนึงบอกใส่ยานั่นยานี่ อีกคนบอกปาดเลย ปาดเลย อีกคนก็บอกรื้อๆๆๆๆ อีกคนบอกเปลี่ยนดินใหม่ อีกคนบอกเอาไปทรมานตากแดด ปรากฏว่าลองไปลองมาต้นไม้ไม่รอด

ส่วนมือเก่าอาจผ่านปัญหามาเยอะหน่อยก็หาทางแก้ปัญหาไปตามประสบการณ์ที่เคยผ่านไม้มามากหน่อย แต่ก็มิใช่ว่าจะแก้ปัญหาไปได้ทุกกรณี  อย่างผมนี่ทำไม้ตายคามือมาเยอะมากเพราะชอบลองผิดลองถูก ไม่ได้จบโรคพืชมา เรื่องยาต้องหาหนังสืออ่านเองและมาประยุกต์ใช้เอาเอง

ในบทความนี้ผมอยากแนะนำตามประสบการณ์ที่ผ่านๆมาให้น้องๆมือใหม่ในสาเหตุหลักๆของปัญหานี้พอสังเขป แต่ก่อนอื่นเราต้องแยกให้ออกก่อนว่าสีแบบไหนที่แสดงว่าไม้เป็นโรค หรือติดเชื้ออะไรบางอย่าง  ขอให้ดูรูปเปรียบเทียบนะครับ
2016-04-30 21.23.42

ตามรูปข้างบนนี้ เป็นสีไม้ที่ผิดปกตินะครับ จะมีอาการลุกลามต่อไปได้เรื่อยๆ และทำลายเนื้อไม้ให้เสียหายได้

 

2016-04-30 21.24.18

ส่วนรูปนี้เป็นสีปกตินะครับ ไม้บางชนิดเมื่อมีอายุมากขึ้นสีที่โคนอาจเข้มขึ้น ถ้าสังเกตุจะเห็นความแตกต่างได้ว่ายอดยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง เราสามารถเลี้ยงต่อไปได้ตามปกติครับ อย่าใจร้อนรีบรื้อรากเสียก่อน

เมื่อเราแยกอาการไม้เป็นแล้ว ผมอยากบอกว่าการแก้บัญหาหรือการดูแลรักษานั้นเราต้องพยายามหาสาเหตุให้เจอ ซึ่งพอแยกได้ดังนี้

1.จากความชื้นในอากาศตามฤดู/ความชื้นจากการให้น้ำ /เวลาในการรดน้ำ

2.เชื้อที่มาจากส่วนผสมของวัสดุปลูก เช่นแกลบ/ขุยมะพร้าว/ปุ๋ยอินทรีบางชนิด

3.จากแมลงบางชนิดที่มาตามฤดูทั้งบนดินและในวัสดุปลูก

4.การให้แดดที่ไม่เพียงพอแก่ต้นไม้

นี่เพียงตัวอย่างบางสาเหตุเท่านั้นครับ อาจมีสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย

                        สำหรับการแก้ปัญหา เราก็แก้ตามสาเหตุที่เราคิดว่าน่าจะใช่ ซึ่งบางเรื่องอาจไม่ถึงขั้นต้องใช้ยาเลยก็ได้ เราต้องรู้เองว่านิสัยการเราเลี้ยงไม้ของเราเป็นอย่างไร

อย่างที่ผมเคยพูดไว้เสมอว่าให้เลี้ยงไม้และแก้ปัญหาตามสัญชาตญาณ สำหรับผมแล้วจะไม่รีบรื้อไม้ก่อน หากเราพบว่าไม้ของเราบางต้นเริ่มเหี่ยว เราต้องรู้ว่ามีสาเหตุไม่กี่อย่างเช่นน้ำเยอะไปมีผลทำให้รากเน่า น้ำน้อยไปต้นไม้ก็เหี่ยวเพราะขาดน้ำเลี้ยง

 สิ่งแรกที่ผมจะดูคือดินว่าแห้งหรือแฉะ หากดินแห้งก็ลองเติมน้ำแล้วรอดูราวอาทิตย์นึงภ้าไม้ขยับตัวตึงขึ้นแสดงว่าเราแก้ปัญหาถูกทาง แต่ถ้าไม้ยังไม่ดีขึ้นแสดงว่ารากอาจมีปัญหา อาจมีเพลี้ยแป้งที่ราก หรือมีอะไรบางอย่างเจาะที่โคน กรณีนี้ผมถึงจะรื้อขึ้นมาดู เมื่อพบสาเหตุว่าเพราะอะไรเราก็แก้ที่สาเหตุนั้น จำไว้ว่าอย่าด่วนรื้อไม้โดยที่ไม่วิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน เราอาจเสียไม้ดีๆไปก็เป็นได้นะครับ

สำหรับการใช้ยา ผมจะใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่เกินเยียวยา เพราะยาทุกชนิดเป็นอันตราย เราต้องรู้ว่ายาอะไรใช้รักษาโรคอะไรด้วย อันนี้ต้องไปศึกษามาให้ดีผมจะไม่แจงเป็นตัวๆ ยาบางตัวใช้ป้องกัน ยาบางตัวใช้หยุดอาการ แล้วแต่เราจะเลือกใช้ อย่าลืมว่าบรรดาขี้กลากทั้งหลายอาจหยุดลุกลามเพราะใช้ยา แต่ร่องรอยอารยธรรมเหล่านั้นจะยังคงอยู่ เราไม่อาจคืนผิวที่เคยสวยงามกลับมาได้

บอกได้เลยว่าคนเรารักต้นไม้ในระดับที่ไม่เท่ากัน บางคนรักมาก แม้ต้นไม้จะขี้เหร่ เสียโฉมแค่ไหนก็ยังคงเลี้ยงดูรักษากันไปไม่ทิ้งไม่ขว้าง และยังมีความหวังว่าวันหนึ่งไม้ต้นนั้นอาจผลิตทายาทใหม่ๆให้เราได้ต่อๆไป    แต่บางคนพอเห็นไม้มีปัญหาหน้าตาเริ่มน่าเกลียด ก็ไม่รักษาเพราะทนความน่าเกลียดไม่ได้ก็ทิ้งตายไป แล้วหาซื้อมาใหม่ คนเช่นนี้จะขาดประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาให้กับต้นไม้ และวันนึงเมื่อเขาเรื่มเบื่อที่จะควักกระเป๋าแล้วเขาก็จะเลิกเลี้ยงไปเอง

หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยเป็นแนวทางสำหรับมือใหม่ในการแก้ปัญหาส่วนตัวของท่านกับต้นไม้ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย